การรีไซเคิลรียูสน้ำ Reuse Recycling Water

 

 

 การนำน้ำเสียมารีไซเคิล รียูสน้ำ Reuse Water,Recycle Water

ระบบรีไซเคิลน้ำคือ

การนำน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำอุปโภค บริโภค น้ำเสียที่เกิดจากการใช้งานในกิจกรรมของมนุษย์ และสัตว์ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม เช่นน้ำที่เกิดจากกระบวนการผลิตสินค้า ในโรงงานอุตสาหกรรม นำกลับมาแปรสภาพ ปรับปรุงคุณภาพน้ำเพื่อให้ได้ค่าน้ำที่ต้องการในการนำกลับมาใช้ใหม่ โดยความละเอียดหรือความบริสุทธิ์ของน้ำก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องการนำกลับมาใช้งานแบบไหน

การนำน้ำเสียกลับมารีไซเคิลใหม่ต้องคำนึงถึงลักษณะของน้ำที่จะมารียูสใหม่แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่

1.ลักษณะทางกายภาพ เช่น กลิ่น สี ความขุ่นเป็นต้น

2.ลักษณะทางเคมี เช่น ความเป็นกรด ด่างของน้ำ ค่าสารละลายแร่ธาตุในน้ำต่างๆ อย่างเช่นโลหะหนัก

3.ลักษณะทางชีวภาพ ได้แก่ การกำจัดเชื้อโรคต่างๆ

ขั้นตอนการออกแบบระบบรีไซเคิลน้ำ

1.ประเมินคุณภาพน้ำเสียหรือน้ำที่จะมารียูสใช้ใหม่ว่ามีคุณภาพน้ำอย่างไร เพื่อดูความยากง่าย และความคุ้มค่า

2.นำน้ำที่จะมารีไซเคิล มาตรวจสอบค่าน้ำต่างๆอย่างละเอียด

3.เลือกแบบหรือชนิดของอุปกรณ์ที่เหมาะสม

4.มีการทำการทดสอบหรือการทำเทสน้ำด้วยอุปกรณ์จำลองเพื่อให้ได้ผลน้ำที่ต้องการตามวัตถุประสงค์

 

การนำค่ามาตฐานน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบในการที่จะนำน้ำเสียมารียูสน้ำก็เป็นวิธีหนึ่งซึ่งสามารถนำมาใช้ในการกำหนดการออกแบบการรีไซเคิลน้ำเสีย

การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาเพื่อให้บริการน้ำที่สะอาดและปลอดภัยแก่ประชาชน โดยอ้างอิงตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ฉบับที่ 4 ปี ค.ศ. 2011 ภาคผนวกที่ 1 ปี ค.ศ. 2017 มาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมคุณลักษณะทางกายภาพ เคมี จุลชีววิทยา สารเป็นพิษ สารเคมีที่ใช้ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ไตรฮาโลมีเทน และสารกัมมันตภาพรังสี รายละเอียดมีดังนี้:

 1. คุณลักษณะทางกายภาพ:

2. คุณลักษณะทางเคมี:

3. คุณลักษณะทางจุลชีววิทยา:

4. สารเป็นพิษ:

5. สารเคมีที่ใช้ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช:

6. ไตรฮาโลมีเทน:

7. สารกัมมันตภาพรังสี:

  • ความแรงรวมรังสีแอลฟา: ไม่เกิน 0.5 เบคเคอเรลต่อลิตร (Bq/L)pwa.co.th

  • ความแรงรวมรังสีบีตา: ไม่เกิน 1 Bq/Lpwa.co.th

หมายเหตุ: คลอรีนอิสระคงเหลือในระบบจ่ายน้ำประปาไม่น้อยกว่า 0.2 mg/L


เทคโนโลยีการ รียูส (Reuse) นำน้ำกลับมาใช้ใหม่ เป็นวิธีการจัดการน้ำที่ช่วยลดการใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ และลดมลพิษทางน้ำ โดยนำน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาใช้ใหม่อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีเทคโนโลยีหลัก ๆ ดังนี้:

1. ระบบกรองด้วยเมมเบรน (Membrane Filtration)

  • ประเภท: Microfiltration (MF), Ultrafiltration (UF), Nanofiltration (NF), Reverse Osmosis (RO)

  • หลักการ: ใช้แรงดันดันน้ำผ่านเมมเบรนเพื่อกรองสิ่งสกปรก ขนาดรูของเมมเบรนต่างกันตามประเภท

  • ข้อดี: กรองสิ่งปนเปื้อนขนาดเล็กมาก เช่น แบคทีเรีย ไวรัส สารละลายต่าง ๆ

  • การใช้งาน: ระบบน้ำดื่ม น้ำใช้ในโรงงาน หรือน้ำใช้ในการเกษตร


2. การบำบัดด้วยระบบชีวภาพ (Biological Treatment)

  • ประเภท: Activated Sludge, Trickling Filter, Moving Bed Biofilm Reactor (MBBR), Membrane Bioreactor (MBR)

  • หลักการ: ใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสีย

  • ข้อดี: ประหยัดพลังงาน เหมาะกับน้ำเสียที่มีสารอินทรีย์สูง

  • การใช้งาน: น้ำทิ้งจากบ้าน โรงงานอาหาร ชุมชน


3. ระบบ Constructed Wetlands (พื้นที่ชุ่มน้ำเทียม)

  • หลักการ: ให้น้ำเสียไหลผ่านแหล่งปลูกพืชน้ำ เช่น หญ้าแฝก กก หรือธูปฤาษี ซึ่งช่วยดูดซับสารอาหารและสิ่งสกปรก

  • ข้อดี: เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้พื้นที่มากแต่ค่าดำเนินการต่ำ

  • การใช้งาน: โรงเรียน ชุมชนขนาดเล็ก รีสอร์ต


4. ระบบกรองทรายและถ่าน (Sand & Activated Carbon Filtration)

  • หลักการ: ใช้ทรายกรองตะกอนและใช้ถ่านกัมมันต์ดูดซับสารเคมี กลิ่น สี

  • ข้อดี: ขั้นตอนง่าย เหมาะกับระบบเล็ก

  • การใช้งาน: กรองน้ำหลังผ่านบำบัดชีวภาพ หรือน้ำประปาที่มีกลิ่น


☀️ 5. การฆ่าเชื้อด้วยแสง UV (Ultraviolet Disinfection)

  • หลักการ: ใช้แสงอัลตราไวโอเลต (UV-C) ทำลาย DNA ของจุลินทรีย์

  • ข้อดี: ไม่ใช้สารเคมี ปลอดภัย ไม่ทิ้งสารตกค้าง

  • การใช้งาน: ขั้นตอนสุดท้ายก่อนนำน้ำกลับมาใช้ เช่น น้ำดื่ม น้ำใช้ในอุตสาหกรรม


6. การใช้เคมีบำบัด (Chemical Treatment)

  • ประเภท: คลอรีน (Chlorination), โอโซน (Ozonation), Coagulation-Flocculation

  • หลักการ: ใช้สารเคมีเพื่อฆ่าเชื้อโรค ตกตะกอนสิ่งสกปรก

  • ข้อดี: ได้ผลเร็ว ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลาย

  • การใช้งาน: น้ำเสียอุตสาหกรรม หรือระบบน้ำดื่ม


7. Zero Liquid Discharge (ZLD)

  • หลักการ: ระบบที่นำน้ำทั้งหมดกลับมาใช้ใหม่ ไม่มีการปล่อยน้ำทิ้งออกไปแม้แต่น้อย

  • ข้อดี: ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมสูงสุด แต่ต้นทุนสูง

  • การใช้งาน: อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี



 

 

Visitors: 40,852