ระบบประปา Water Treatment System

 

ระบบประปา Water Treatment System คือการที่มนุษยชาติ ได้เรียนรู้และตระหนักถึงความต้องต้องการในการนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติต่างๆ เช่นน้ำในแม่น้ำลำคลอง อ่างเก็บน้ำ น้ำบาดาล ลำห้วยต่างๆ การรียูสน้ำเสียนำกลับมาใช้ใหม่ Recycling Water รียูสวอเตอร์ Reuse Water รวมถึงน้ำทะเลเพื่อนำน้ำนั้นเข้าสู่กระบวนการบำบัดหรือปรับปรุงคุณภาพน้ำมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะกับมนุษย์หรือสัตว์เลื่ยงต่างๆ

 

SEGA FILTER รับปรับปรุง แก้ไข ให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ระบบประปา โรงงาน อาคารสูง ประปาสุขาภิบาล บ้านพักอาศัย ระบบประปาขนาดใหญ่ ประปาผิวดิน ประปาหมู่บ้าน ระบบประปาบาดาล บ้านพักอาศัย โรงเรียน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย โรงแรม รีสอร์ท ระบบประปาสำหรับฟาร์มหมู ไก่ วัว และฟาร์มปศุสัตว์ทุกชนิด  รวมถึงระบบประปา อบต.องค์การบริหารส่วนตำบล ระบบประปาเทศบาลขนาดต่างๆและอบจ.

สนใจติดต่อ TEL 081 1707576/081 7324464 

LINE:ID @436pxvgt 

 

ขั้นตอนการออกแบบระบบประปา

1.คำนึงถึงการนำน้ำมาใช้ประโยชน์น้ันก่อน เช่นใช้ในการะบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม ใช้ในการอุปโภค บริโภค สำหรับคนและสัตว์

2.การออกแบบระบบประปาจำเป็นต้องทราบปริมาณการใช้น้ำที่แน่ชัดว่าในแต่ละวันมีการใช้น้ำจำนวนเท่าไหร่ กี่ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

3.แหล่งน้ำที่จะนำมาใช้ผลิตเป็นน้ำประปา เช่นน้ำในแม่น้ำลำคลอง อ่างเก็บน้ำ น้ำบาดาล ลำห้วยต่างๆ การรียูสน้ำนำกลับมาใช้ใหม่ Recycling Water รวมถึงน้ำทะเล

4.ต้องคำนึงถึงปริมาณของแหล่งน้ำที่จะนำมาใช้ว่า เพียงพอหรือไม่

5.ความยากง่ายในการบำบัดของแหล่งน้ำแต่ละแหล่ง 

ุ6.การคำนวนต้นทุนในการผลิตน้ำใช้ว่าคุ้มค่าหรือไม่ในระยะยาว

ึ7.สถานที่ในการทำน้ำประปา

8.ปัญหาเรื่องการกระทบกับสิ่งแวดล้อม ว่ามีผลกระทบเพียงใด และมีแนวทางแก้ไขได้หรือไม่

ค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำประปา แยกตามการประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาค


มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาของการประปานครหลวง (กปน.)

(อ้างอิงจาก: การประปานครหลวง MWA) 

  1. คุณลักษณะทางกายภาพ

  • ความขุ่น (Turbidity): ไม่เกิน 5 NTU
  • สี (Color): ไม่เกิน 15 หน่วยแพลทินัม-โคบอลต์
  • กลิ่น (Odor): ไม่มีลักษณะผิดปกติ
  • รสชาติ (Taste): ไม่มีรสผิดปกติ
  • ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH): อยู่ระหว่าง 6.5 - 8.5
  • อุณหภูมิ (Temperature): ควรอยู่ในช่วง 25 - 30°
  •  
  • 2. คุณลักษณะทางเคมี
  • ของแข็งที่ละลายได้ทั้งหมด (Total Dissolved Solids, TDS): ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • ความกระด้างทั้งหมด (Total Hardness as CaCO₃): ไม่เกิน 500 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • คลอไรด์ (Chloride, Cl⁻): ไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • ซัลเฟต (Sulfate, SO₄²⁻): ไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • ฟลูออไรด์ (Fluoride, F⁻): ไม่เกิน 0.7 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • ไนเตรตในรูปไนเตรต (Nitrate as NO₃⁻): ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • เหล็ก (Iron, Fe): ไม่เกิน 0.3 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • แมงกานีส (Manganese, Mn): ไม่เกิน 0.1 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • สารหนู (Arsenic, As): ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • ปรอท (Mercury, Hg): ไม่เกิน 0.001 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • ตะกั่ว (Lead, Pb): ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • แคดเมียม (Cadmium, Cd): ไม่เกิน 0.003 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • สังกะสี (Zinc, Zn): ไม่เกิน 5 มิลลิกรัมต่อลิตร
  •  
  • 3. คุณลักษณะทางจุลชีววิทยา
  • โคลิฟอร์มแบคทีเรียทั้งหมด (Total Coliform Bacteria): ต้องไม่พบใน 100 มิลลิลิตร
  • เอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia coli หรือ E. coli): ต้องไม่พบใน 100 มิลลิลิตร
  • จุลชีพที่ทำให้เกิดโรค (Pathogenic Microorganisms): ต้องไม่พบ

มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)

(อ้างอิงจาก: การประปาส่วนภูมิภาค PWA)

  1. คุณลักษณะทางกายภาพ

  • ความขุ่น (Turbidity): ไม่เกิน 4 NTU
  • สีปรากฏ (Apparent Color): ไม่เกิน 15 หน่วยแพลทินัม-โคบอลต์
  • กลิ่น (Odor): ไม่มีลักษณะผิดปกติ
  • รสชาติ (Taste): ไม่มีรสผิดปกติ
  • ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH): อยู่ระหว่าง 6.5 - 8.5
  • อุณหภูมิ (Temperature): ควรอยู่ในช่วง 25 - 30°C
  •  
  • 2. คุณลักษณะทางเคมี
  • ของแข็งที่ละลายได้ทั้งหมด (Total Dissolved Solids, TDS): ไม่เกิน 600 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • ความกระด้างทั้งหมด (Total Hardness as CaCO₃): ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • คลอไรด์ (Chloride, Cl⁻): ไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • ซัลเฟต (Sulfate, SO₄²⁻): ไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • ฟลูออไรด์ (Fluoride, F⁻): ไม่เกิน 0.7 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • ไนเตรตในรูปไนเตรต (Nitrate as NO₃⁻): ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • เหล็ก (Iron, Fe): ไม่เกิน 0.3 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • แมงกานีส (Manganese, Mn): ไม่เกิน 0.08 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • สารหนู (Arsenic, As): ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • ปรอท (Mercury, Hg): ไม่เกิน 0.001 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • ตะกั่ว (Lead, Pb): ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • แคดเมียม (Cadmium, Cd): ไม่เกิน 0.003 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • สังกะสี (Zinc, Zn): ไม่เกิน 5 มิลลิกรัมต่อลิตร
  •  
  • 3. คุณลักษณะทางจุลชีววิทยา
  • โคลิฟอร์มแบคทีเรียทั้งหมด (Total Coliform Bacteria): ต้องไม่พบใน 100 มิลลิลิตร
  • เอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia coli หรือ E. coli): ต้องไม่พบใน 100 มิลลิลิตร
  • จุลชีพที่ทำให้เกิดโรค (Pathogenic Microorganisms): ต้องไม่พบ

สรุปข้อแตกต่างระหว่าง กปน. และ กปภ.

  • ค่าความขุ่น: กปน. กำหนด ≤5 NTU ส่วน กปภ. กำหนด ≤4 NTU
  • ของแข็งที่ละลายได้ทั้งหมด (TDS): กปน. ≤1,000 mg/L ส่วน กปภ. ≤600 mg/L
  • ความกระด้างทั้งหมด: กปน. ≤500 mg/L ส่วน กปภ. ≤300 mg/L
  • แมงกานีส: กปน. ≤0.1 mg/L ส่วน กปภ. ≤0.08 mg/L
  • มาตรฐานจุลชีววิทยา: ทั้งสองแห่งใช้มาตรฐานเดียวกัน
  •  
  • สรุป
  • กปน. มีมาตรฐานที่เคร่งครัดขึ้นในบางส่วน โดยเฉพาะในเขตเมืองที่ต้องการคุณภาพน้ำที่สูงขึ้น
  • กปภ. มีมาตรฐานที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ชนบทและภูมิภาค ซึ่งน้ำดิบอาจมีคุณภาพต่างจากเขตเมือง

 

ระบบประปาจากการนำน้ำเสียมารีไซเคิล รียูสน้ำ Reuse Water,Recycle Water 

 ทำไมต้องนำน้ำเสียที่เกิดจากการใช้งานแล้วมารียูส หรือรีไซเคิลเพื่อนำมาใช้เป็นน้ำประปาใหม่
โดยในสถานะการณ์ของโลกในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่เติบโตแบบไม่หยุดยั้ง การแพทย์ที่ทันสมัยมากขึ้น สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเหตุให้ประชากรในโลกเพื่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คิดเป็นประชากรรวม เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 มีประชากรทั้งหมด 8,092 ล้านคน และการเติบโตทางเทคโนโลยีที่ควบคุมไม่ได้ การปล่อยน้ำเสียจากโรงงาน ขยะอิเลคทรอนิคส์ การใช้สารเคมีอุตสาหกรรม ส่งผลให้เกิดมลพิษทางน้ำมากขึ้น เนื่องจากน้ำบนโลกใบนี้คิดเป็นน้ำทะเล 97.5% น้ำจืด 2.5% น้ำจึดนี้แบ่งเป็น น้ำแข็งขั้วโลก 68.7% น้ำใต้ดิน 30.1% แหล่งน้ำผิวดิน 1.2% สรุปน้ำจืดที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง คือ0.3% ของน้ำทั้งหมดบนโลก หรือประมาณ 0.01% ของน้ำจืดทั้งหมด

องค์การอนามัยโลก (WHO) แม้จะไม่ได้เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยตรง (ซึ่งมักเป็นบทบาทของ UN-Water หรือ UNEP มากกว่า) แต่ WHO มีบทบาทสำคัญในการ ส่งเสริมการจัดการน้ำจืดเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย โดยเน้นเรื่อง การเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดและการสุขาภิบาล (WASH) เป็นหลัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาน้ำจืดให้ใช้งานได้อย่างยั่งยืน

วิธีที่ WHO ส่งเสริมการรักษาน้ำจืดไว้ใช้งาน มีดังนี้:

1. กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำ

  • WHO พัฒนาคำแนะนำ “Guidelines for Drinking-water Quality” ที่ใช้เป็นมาตรฐานสากลในการควบคุมคุณภาพน้ำดื่ม

  • เน้นเรื่องการป้องกันมลพิษจากต้นทาง (source protection) เช่น การป้องกันสารเคมี ปุ๋ย หรือสิ่งปฏิกูลลงสู่แหล่งน้ำจืด

2. สนับสนุนโครงการ WASH (Water, Sanitation and Hygiene)

  • ส่งเสริมการเข้าถึงน้ำสะอาด สุขาภิบาล และการรักษาสุขอนามัย

  • รณรงค์ให้ชุมชนมีระบบจัดการน้ำที่ปลอดภัย เช่น กรองน้ำ ต้ม หรือใช้อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรค

3. การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

  • แนะนำแนวทาง Water Safety Plans (WSPs) ซึ่งเป็นแผนบริหารจัดการความเสี่ยงของแหล่งน้ำตั้งแต่ต้นทางจนถึงการบริโภค

  • ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่ลดการใช้น้ำโดยไม่จำเป็น เช่น ก๊อกน้ำประหยัดน้ำ ระบบรีไซเคิลน้ำ

4. เฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำ

  • WHO เฝ้าระวังโรคติดต่อที่มาจากน้ำ (เช่น อหิวาตกโรค โรคบิด ไทฟอยด์ ฯลฯ)

  • การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคเหล่านี้จำเป็นต้องรักษาแหล่งน้ำจืดให้สะอาดอยู่เสมอ

5. ให้คำแนะนำเชิงนโยบายแก่ประเทศสมาชิก

  • WHO ทำงานร่วมกับรัฐบาลทั่วโลก เพื่อพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ในการป้องกันและใช้ทรัพยากรน้ำอย่างเหมาะสม

  • สนับสนุนโครงการน้ำสะอาดในประเทศกำลังพัฒนา



การรียูสน้ำเสียหรือรีไซเคิลน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ในระบบปา Reuse Water Recycling Water จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากในโลกปัจจุบัน ซึ่งอนาคตอาจไม่เพียงพอต่อการใช้น้ำในโลกใบนี้

เทคโนโลยีการ รียูส (Reuse) นำน้ำกลับมาใช้ใหม่ เป็นวิธีการจัดการน้ำที่ช่วยลดการใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ และลดมลพิษทางน้ำ โดยนำน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาใช้ใหม่อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีเทคโนโลยีหลัก ๆ ดังนี้:


1. ระบบกรองด้วยเมมเบรน (Membrane Filtration)

  • ประเภท: Microfiltration (MF), Ultrafiltration (UF), Nanofiltration (NF), Reverse Osmosis (RO)

  • หลักการ: ใช้แรงดันดันน้ำผ่านเมมเบรนเพื่อกรองสิ่งสกปรก ขนาดรูของเมมเบรนต่างกันตามประเภท

  • ข้อดี: กรองสิ่งปนเปื้อนขนาดเล็กมาก เช่น แบคทีเรีย ไวรัส สารละลายต่าง ๆ

  • การใช้งาน: ระบบน้ำดื่ม น้ำใช้ในโรงงาน หรือน้ำใช้ในการเกษตร


2. การบำบัดด้วยระบบชีวภาพ (Biological Treatment)

  • ประเภท: Activated Sludge, Trickling Filter, Moving Bed Biofilm Reactor (MBBR), Membrane Bioreactor (MBR)

  • หลักการ: ใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสีย

  • ข้อดี: ประหยัดพลังงาน เหมาะกับน้ำเสียที่มีสารอินทรีย์สูง

  • การใช้งาน: น้ำทิ้งจากบ้าน โรงงานอาหาร ชุมชน


3. ระบบ Constructed Wetlands (พื้นที่ชุ่มน้ำเทียม)

  • หลักการ: ให้น้ำเสียไหลผ่านแหล่งปลูกพืชน้ำ เช่น หญ้าแฝก กก หรือธูปฤาษี ซึ่งช่วยดูดซับสารอาหารและสิ่งสกปรก

  • ข้อดี: เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้พื้นที่มากแต่ค่าดำเนินการต่ำ

  • การใช้งาน: โรงเรียน ชุมชนขนาดเล็ก รีสอร์ต


4. ระบบกรองทรายและถ่าน (Sand & Activated Carbon Filtration)

  • หลักการ: ใช้ทรายกรองตะกอนและใช้ถ่านกัมมันต์ดูดซับสารเคมี กลิ่น สี

  • ข้อดี: ขั้นตอนง่าย เหมาะกับระบบเล็ก

  • การใช้งาน: กรองน้ำหลังผ่านบำบัดชีวภาพ หรือน้ำประปาที่มีกลิ่น


☀️ 5. การฆ่าเชื้อด้วยแสง UV (Ultraviolet Disinfection)

  • หลักการ: ใช้แสงอัลตราไวโอเลต (UV-C) ทำลาย DNA ของจุลินทรีย์

  • ข้อดี: ไม่ใช้สารเคมี ปลอดภัย ไม่ทิ้งสารตกค้าง

  • การใช้งาน: ขั้นตอนสุดท้ายก่อนนำน้ำกลับมาใช้ เช่น น้ำดื่ม น้ำใช้ในอุตสาหกรรม


6. การใช้เคมีบำบัด (Chemical Treatment)

  • ประเภท: คลอรีน (Chlorination), โอโซน (Ozonation), Coagulation-Flocculation

  • หลักการ: ใช้สารเคมีเพื่อฆ่าเชื้อโรค ตกตะกอนสิ่งสกปรก

  • ข้อดี: ได้ผลเร็ว ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลาย

  • การใช้งาน: น้ำเสียอุตสาหกรรม หรือระบบน้ำดื่ม


7. Zero Liquid Discharge (ZLD)

  • หลักการ: ระบบที่นำน้ำทั้งหมดกลับมาใช้ใหม่ ไม่มีการปล่อยน้ำทิ้งออกไปแม้แต่น้อย

  • ข้อดี: ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมสูงสุด แต่ต้นทุนสูง

  • การใช้งาน: อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี

  

การใช้เครื่องกรองตะกอน ความขุ่น และค่่า SS ของน้ำเพื่อนำน้ำเสียกลับมา Recycle รียูสใหม่เป็นทางเลือกในการใช้งานที่ง่าย
การใช้ระบบตกตะกอนด้วยถังตกตะกอนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการนำน้ำใสกลับมาจากน้ำเสีย เป็นวิธี Recycling Water ที่นิยมอีกวิธีหนึ่ง
ระบบUF เป็นระบบที่ง่ายต่อการนำน้ำมารีไซเคิล เนื่องจากใช้พื้นที่น้อยและคุณภาพของน้ำค่อนข้างสะอาด
Recycle Reuse Waste Water ด้วยระบบ mbr สามารถได้น้ำสะอาดและสามารถลดขนาดของระบบบำบัดน้ำเสียแบบ AS
ในกระบวนการผลิตที่ต้องการค่าน้ำที่มีความละเอียดสูงการนำเสียกลับไปรีไซเคิลใหม่ อาจจะต้องใช้ระบบน้ำดีมินมากรอง
ระบบRO Reverse Osmosis ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการ recycling น้ำเสียเพื่อแก้ปัญหา เรื่องค่าสารละลายในน้ำที่มีค่าเกินมาตรฐานเพื่อนำน้ำกลับไปใช้ในระบบประปา
การนำน้ำผิวดินมาผลิตเป็นน้ำประปาของหน่วยงาน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบจ.
แบบการใช้ถาดเติมอากาศเพื่อแก้ปัญหาน้ำบาดาลซึ่งมักมีค่าเหล็กสูงในการใช้ออกซิเจนออกซิไดซ์ เพื่อเปลี่ยนรูปเป็นตะกอนสนิมเหล็กของหน่วยงาน องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล อบจ.
การกรองน้ำประปาบาดาลขององค์การบริหารส่วนตำบลในการใช้เครื่องกรองตะกอน กลิ่น และหินปูนในน้ำ
การใช้เครื่องกรองน้ำ RO เพื่อแก้ปัญหาให้กับ องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาลในเรื่องของความกร่อย และน้ำที่มีสารละลายในน้ำหรือโลหะหนักสูงก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ระบบกรองน้ำประปาขององค์การบริหารส่วนตำบลในการแก้ปัญหาเรื่องหินปูน ตะกรันในน้ำบาด
Visitors: 40,842